Dermatophyte Culture ยังจำเป็นอยู่หรือไม่?
บทบาทของการเพาะเชื้อราในการวินิจฉัย Dermatophytosis ในสุนัขและแมวในปัจจุบัน
เมื่อพูดถึงการวินิจฉัย Dermatophytosis หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า fungal culture หรือการเพาะเชื้อราในฐานะวิธีมาตรฐาน แต่ในปัจจุบันแนวทางการวินิจฉัยไม่ได้มองว่ามีวิธีใดวิธีหนึ่งเป็น gold standard เพียงวิธีเดียว การวินิจฉัย Dermatophytosis ที่เหมาะสมควรพิจารณาจาก ประวัติ อาการทางคลินิก และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการหลายวิธีร่วมกัน อย่างไรก็ตามการเพาะเชื้อรายังมีบทบาทสำคัญในการวินิจฉัยโรค Dermatophytosis โดยเฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้
1.ใช้ยืนยันการติดเชื้อเมื่อสงสัยโรค แต่ผลการตรวจเบื้องต้นยังให้ผลไม่ชัดเจน
ในกรณีที่สัตว์ป่วยมีลักษณะทางคลินิกที่สงสัย Dermatophytosis แต่ผลการตรวจเบื้องต้น เช่น Wood’s lamp หรือ cytology ไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจน การเพาะเชื้อราสามารถช่วยประเมินว่ามี Dermatophyte อยู่ในตัวอย่างหรือไม่
2. เมื่อต้องการระบุชนิดของเชื้อ
การเพาะเชื้อราสามารถแยกชนิด Dermatophyte ได้ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีประโยชน์ต่อการประเมินแหล่งที่มาของการติดเชื้อ การควบคุมการแพร่กระจาย และการจัดการสัตว์ป่วยหรือสัตว์ที่สัมผัสร่วมกัน
3. ใช้ประกอบการประเมินผลการรักษา
การรักษาโรค Dermatophytosis จะสามารถหยุดได้ เมื่อเพาะเชื้อราให้ผลเป็นลบติดต่อกัน 2 ครั้ง โดยการตรวจแต่ละครั้งห่างกัน 2 สัปดาห์

...................
บทความโดยสพ.ญ.อภิลักษณ์ มหัธนันท์
...................
Reference
- Diagnosis and treatment of dermatophytosis in dogs and cats: clinical consensus guidelines of the World Association for Veterinary Dermatology. Veterinary Dermatology. 2017
- Dermatophytosis in cats and dogs: a practical guide to diagnosis and treatment. In Practice May 2019 | Volume 41 | 138-147
#เครื่องมือสัตวแพทย์ #คลินิกสัตวแพทย์ #โรงพยาบาลสัตว์ #อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง #อุปกรณ์สัตวแพทย์ #BEC #becvet #BECpremium #ครบจบที่BEC #DermatophyteTest #ตรวจเชื้อราในสุนัขและแมว #Dermatophytosisในสัตว์ #เชื้อราDermatophytes #Microsporum #Trichophyton #อาหารเลี้ยงเชื้อเชื้อรา
