เทคนิคการดามกระดูกเฉพาะข้อไหล่ และข้อสะโพกด้วย Vet-LITE
บทนำ
Spica Splint เป็นเทคนิค External Coaptation ที่ไม่ได้ใช้บ่อยนัก แต่มีประโยชน์มากในสัตว์ป่วยที่มีพยาธิสภาพทางระบบกล้ามเนื้อ และกระดูกเฉพาะกลุ่ม โดยส่วนใหญ่ใช้เพื่อตรึงข้อไหล่ หรือข้อศอกชั่วคราวภายหลังการจัดกระดูกแบบเปิด หรือปิด โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องเลื่อนการผ่าตัดออกไป หรือระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยก่อนเข้ารับการผ่าตัดยึดตรึงกระดูก
Spica Splint ไม่นิยมใช้เป็นการรักษาหลักสำหรับกระดูกต้นแขน (Humerus) หัก เนื่องจากปัจจุบันมีทางเลือกการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ดีกว่า อย่างไรก็ตาม อาจพิจารณาใช้ในสัตว์อายุน้อยที่มีกระดูกต้นแขนหักแบบ Greenstick Fracture
ที่มาของชื่อ และหลักการติดยึด
ชื่อ "Spica" มาจากรูปแบบการพันผ้าแบบเลข 8 (Figure-of-8) ที่ใช้ยึดเฝือกเข้ากับลำตัว แต่ในสุนัข และแมว รูปแบบการพันจะถูกดัดแปลงให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งของ Figure-of-8 วัสดุพันเริ่มจากบริเวณนิ้วเท้า ไล่ขึ้นไปรอบลำตัว โดยตัวเฝือกต้องพาดผ่านกระดูกสะบัก (หรือสะโพก) ไปจนถึงแนวกลางหลัง (Dorsal Midline) แล้วยึดรอบข้อไหล่ หรือข้อสะโพกด้านตรงข้าม
แม้ Spica Splint จะใช้กับขาหน้าเป็นหลัก แต่สามารถใช้กับขาหลังได้เช่นกัน ทั้งนี้การพันบริเวณอุ้งเชิงกรานทำได้ยากกว่า โดยเฉพาะในสุนัขเพศผู้
ข้อบ่งชี้
สิ่งที่ต้องเตรียม
- สำลีรองเฝือก (Cast Padding)
- ผ้าก๊อซยืดแบบม้วน (Conforming Bandage)
- Vet-LITE (ตัดเป็นแผ่นตามความยาวที่ต้องการ)
- ถุงมือสำหรับทำเฝือก
- Best Bandage
- ไรโนเทป
- น้ำอุ่นสำหรับแช่ Vet-LITE ให้อ่อนตัว

ขั้นตอนการทำ
ภาพด้านล่างสรุปลำดับขั้นตอนทั้งหมด รายละเอียดเชิงเทคนิคของแต่ละขั้นตอนอธิบายไว้ถัดจากภาพ

ขั้นตอนที่ 1 — เตรียมสัตว์ป่วย และพันสำลีรองเฝือก จัดท่าผู้ป่วยนอนตะแคง (Lateral Recumbency) โดยให้ขาข้างที่บาดเจ็บอยู่ด้านบน ใช้ไรโนเทปพันเทปแบบ Stirrup ไว้ด้านใน และด้านนอกของขาข้างที่บาดเจ็บ จากนั้นพันสำลีรองเฝือก (ขนาด 2 หรือ 4 นิ้ว) เริ่มจากระดับนิ้วที่ 2 และ 5 โดยเว้นเล็บนิ้วที่ 3 และ 4 ไว้เพื่อใช้สังเกตอาการ พันให้แน่นไม่มีรอยยับ หรือบิด และให้แต่ละชั้นทับซ้อนชั้นก่อนหน้าประมาณ 50%
เนื่องจากต้องมีการจัดท่า และดัดขาค่อนข้างมาก สัตว์ป่วยควรได้รับยาซึมระดับลึก หรือดมยาสลบ และควรทำแผลบริเวณอื่นให้เรียบร้อยพร้อมปิดด้วยผ้าปิดแผลก่อนเริ่มพันเฝือก
ขั้นตอนที่ 2 — พันสำลีรอบลำตัว พันสำลีต่อรอบลำตัวสัตว์ป่วยหลายรอบ โดยพันไปด้านหลังขาข้างตรงข้าม และสลับทิศทางพันไปด้านหน้า และด้านหลังของขาข้างที่บาดเจ็บสลับกัน
ขั้นตอนที่ 3 — พันผ้าก๊อซยืด พันผ้าก๊อซยืดแบบม้วนในลักษณะเดียวกับสำลีรองเฝือก โดยพันอย่างน้อย 2-3 ชั้นด้วยแรงดันที่สม่ำเสมอ เพื่อให้ได้เฝือกที่เรียบ และมีความตึงสม่ำเสมอ ผ้าก๊อซจะช่วยอัดให้แนบกับสำลีรองเฝือก แต่ยังไม่มีความแข็งแรงเพียงพอที่จะตรึงข้อต่อได้ด้วยตัวเอง
ขั้นตอนที่ 4 — เสริมความแข็งแรงด้วยวัสดุทำเฝือก เสริมความแข็งแรงของเฝือกด้วย Vet-LITE ให้ใช้ 4-8 ชั้น ขึ้นอยู่กับขนาดตัวสัตว์ป่วยและความแข็งแรงที่ต้องการโดยขึ้นรูปวัสดุตามแนวขาที่พันไว้ ตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าไปจนถึงแนวกลางหลัง
ข้อสังเกตเชิงเทคนิค : เนื่องจาก Vet-LITE สามารถนำกลับมาขึ้นรูปใหม่ได้หลังการใช้งาน จึงมีข้อได้เปรียบเป็นพิเศษในแมว และสุนัขพันธุ์เล็ก ส่วนในสุนัขพันธุ์ใหญ่อาจต้องใช้หลายชั้นเพื่อให้ได้ความแข็งแรงที่เพียงพอ
ข้อสังเกตเชิงเทคนิค : เพื่อป้องกันไม่ให้สำลี และผ้าก๊อซยืดชั้นในเปียกชื้น ควรวางแผ่นพลาสติกคลุมผ้าก๊อซยืดไว้ก่อนพันวัสดุทำเฝือกทับ เมื่อวัสดุแข็งตัวแล้วจึงดึงแผ่นพลาสติกออก แล้วจึงพันเฝือกให้เสร็จตามขั้นตอนต่อไป
ขั้นตอนที่ 5 — พันปิดทับให้แน่น พันผ้าก๊อซยืดอีกชั้นทับเพื่อยึดตัวเฝือกให้อยู่กับที่ จากนั้นพันปิดทับทั้งหมดด้วย Best Bandage หากทำอย่างถูกต้อง ขา และลำตัวบริเวณที่พันจะเคลื่อนไหวเป็นชิ้นเดียวกัน

ข้อสังเกตเชิงเทคนิค : หากผู้ป่วยต้องออกไปนอกบ้าน ควรแนะนำให้เจ้าของสวมรองเท้าป้องกัน (Protective Boot) หรือใช้ถุงคลุมจากถุงน้ำเกลือ (IV Fluid Bag) ครอบปลายนิ้วเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้เฝือกเปื้อน หรือเปียกน้ำ
ภายหลังการพันเฝือกเสร็จสิ้น ผู้ป่วยอาจเดินลำบากขึ้น จึงควรให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสม เช่น การใช้สายรัดพยุงตัว (Sling Support)
ภาวะแทรกซ้อน และการติดตามอาการ
เนื่องจาก Spica Splint มักมีการรองเฝือกที่หนา และใช้งานเพียงระยะสั้น จึงมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนค่อนข้างน้อย นอกจากนี้เนื่องจากตัวเฝือกถูกยึดแน่นรอบลำตัว โอกาสที่เฝือกจะเลื่อนหลุดจึงต่ำกว่าการดามแบบอื่น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าติดตามผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะรอยถลอก หรือแผลกดทับบริเวณรักแร้ และขาหนีบ
หากใช้งานเป็นระยะเวลานาน อาจเกิดข้อยึดติด หรือสูญเสียช่วงการเคลื่อนไหวของข้อ (Joint Contracture) โดยเฉพาะเมื่อใช้ Spica Cast เพื่อรักษากระดูกหัก นอกจากนี้ ระหว่างการพันเฝือกต้องระมัดระวังไม่ให้กดทับช่องอกจนกระทบการหายใจ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บที่ทรวงอกอยู่ก่อน เช่น Pneumothorax หรือ Pulmonary Contusion
-----------------------------
บทความโดย : น.สพ.พุทธาพงศ์ เกียรติธรรมลาภ
-----------------------------
แหล่งอ้างอิงเชิงเทคนิค: เนื้อหาดัดแปลงจากบทความ "Applying a Spica Splint" โดย Mirae C. Wood, DVM และ James L. Cook, DVM, PhD, DACVS & DACVSMR มหาวิทยาลัย University of Missouri ตีพิมพ์ใน NAVC Clinician's Brief ฉบับเดือนสิงหาคม 2012
-----------------------------
#BEC #becvet #เครื่องมือสัตวแพทย์ #อุปกรณ์สัตวแพทย์ #เทคนิคการดามกระดูกเฉพาะข้อไหล่ #ข้อสะโพกด้วย #VetLITE #Spica #Splint
