isoflurane vs sevoflurane properties
เปรียบเทียบเชิงเภสัชวิทยา และการใช้งานจริงกับเครื่องดมยาสลบสัตว์
บทนำ
Isoflurane และ Sevoflurane เป็นยาสลบชนิดสูดดมกลุ่ม Halogenated Ether ที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในเวชปฏิบัติสัตวแพทย์ปัจจุบัน ทั้งสองชนิดมีคุณสมบัติหลายอย่างร่วมกัน แต่ความต่างในเชิงฟิสิกส์เคมีส่งผลต่อพฤติกรรมของยาในระบบวงจรดมยาสลบ ความเร็วในการควบคุมความลึกของการสลบ และข้อจำกัดในการใช้งานที่ทีมสัตวแพทย์ควรทราบ
บทความนี้เปรียบเทียบยาทั้งสองชนิดในเชิงคุณสมบัติ และประสิทธิภาพ โดยเน้นสิ่งที่ส่งผลต่อการใช้งานหน้างาน และการเลือกใช้ตามลักษณะเคส
ค่าความดันไออิ่มตัวเป็นตัวกำหนดว่ายาระเหยได้ง่ายเพียงใด ความดันไอของ Isoflurane ที่ 240 mmHg หมายความว่าไอในกระเปาะระเหยของ Vaporizer มีความเข้มข้นราว 31% ของบรรยากาศ (คำนวณจาก 240 หารด้วย 760 คูณ 100) ซึ่งสูงกว่าระดับที่เป็นอันตรายถึงชีวิตมาก ตัว Vaporizer จึงต้องทำหน้าที่เจือจางไอนี้ลงมาให้อยู่ในช่วงที่ปลอดภัยด้วยกลไก Splitting Ratio 
ทั้งสองชนิดมีความดันไอต่ำพอที่จะใช้กับ Vaporizer แบบธรรมดาได้ ต่างจาก Desflurane ที่มีจุดเดือดใกล้อุณหภูมิห้องจนต้องใช้ Vaporizer ชนิดให้ความร้อน และควบคุมความดันโดยเฉพาะ
ค่า MAC (Minimum Alveolar Concentration) คือความเข้มข้นขั้นต่ำในถุงลมที่ทำให้สัตว์ครึ่งหนึ่งไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ทำให้เจ็บ ค่ายิ่งต่ำแปลว่ายายิ่งแรง Isoflurane จึงเป็นยาที่แรงกว่า Sevoflurane เกือบสองเท่า
ผลในทางปฏิบัติคือค่าหน้าปัด Vaporizer ที่ใช้จริงระหว่างผ่าตัดต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ระดับความลึกสำหรับการผ่าตัดโดยทั่วไปอยู่ที่ 1.5–2 เท่าของ MAC และ Vaporizer ของ Sevoflurane จึงออกแบบให้มีช่วงหน้าปัดกว้างถึง 0–7% ขณะที่ Isoflurane อยู่ที่ 0–5%
ข้อควรระวังในคลินิกที่ใช้ทั้งสองระบบ : ค่าหน้าปัดที่ 3% มีความหมายต่างกันอย่างมากระหว่างสองชนิด ในสถานพยาบาลสัตว์ที่มีเครื่องทั้งสองแบบควรติดป้ายกำกับชัดเจน และอบรมทีมงานให้ทราบช่วงค่าที่คาดหวังของแต่ละเครื่อง เพื่อป้องกันความสับสนที่อาจนำไปสู่การให้ยาลึก หรือตื้นเกินไป
ค่า MAC ที่อ้างอิงข้างต้นมาจากการศึกษาในสัตว์โตเต็มวัยสุขภาพดีที่ไม่ได้รับยาอื่นร่วม ในเวชปฏิบัติจริงมีปัจจัยจำนวนมากที่ทำให้ค่า MAC เปลี่ยนแปลง ตำราวิสัญญีสัตวแพทย์ระบุถึงสาร และยาที่ลดค่า MAC ไว้ถึง 15 ชนิด ยาที่เพิ่มค่า MAC 5 ชนิด และภาวะทางกายภาพที่มีผลอีก 9 ประการ ด้วยเหตุนี้การสังเกตผู้ป่วยโดยตรงจึงเป็นวิธีประเมินความลึกของการสลบที่เชื่อถือได้ที่สุด ไม่ใช่การอ่านค่าหน้าปัด
ความเร็วในการเหนี่ยวนำ และการฟื้นตัว
หลักการ : ค่าการละลายในเลือดเป็นตัวกำหนด
ค่าสัมประสิทธิ์การละลายในเลือดบอกว่ายากระจายตัวระหว่างเลือด กับก๊าซอย่างไรเมื่อเข้าสู่จุดสมดุล ยาที่ละลายในเลือดน้อย (ค่าต่ำ) จะทำให้ความดันย่อยในถุงลมเข้าสู่สมดุลกับเลือดได้เร็วกว่า จึงออกฤทธิ์เร็วกว่า และถูกกำจัดออกเร็วกว่า
ค่าของ Sevoflurane ที่ประมาณ 0.69 เท่ากับราวครึ่งหนึ่งของ Isoflurane ที่ 1.4 ในทางทฤษฎีจึงควรเหนี่ยวนำ และฟื้นตัวได้เร็วกว่า และการเปลี่ยนค่าหน้าปัด Vaporizer ควรส่งผลต่อความลึกของการสลบได้ไวกว่า
หลักฐานทางคลินิก : ความแตกต่างน้อยกว่าที่คาด
งานวิจัยเปรียบเทียบในสุนัขที่เข้ารับการผ่าตัด หรือหัตถการวินิจฉัยจริง ไม่พบความแตกต่างของเวลาในการฟื้นตัวระหว่างสองกลุ่ม:
.jpg)
การศึกษาเดียวกันพบว่าอัตราการเต้นหัวใจ อัตราการหายใจ และความดันเลือดแดงซิสโตลิกใกล้เคียงกันทั้งสองกลุ่ม ค่าหน้าปัด Vaporizer ที่ใช้จริงในกลุ่ม Sevoflurane อยู่ที่ 2.1–2.9% เทียบกับกลุ่ม Isoflurane ที่ 1.5% ซึ่งสอดคล้องกับความต่างของค่า MAC และไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในทั้งสองกลุ่ม
ความเห็นจากนักวิสัญญีสัตวแพทย์ในเวชปฏิบัติคือ การฟื้นตัวจาก Sevoflurane เร็วกว่า Isoflurane เพียงไม่กี่นาทีในสถานการณ์จริง และไม่สร้างความแตกต่างที่ชัดเจน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่สุขภาพดี
ปัจจัยที่หักล้างข้อได้เปรียบ : Low-Flow Anesthesia
การใช้อัตราการไหลต่ำลดความเร็วที่การปรับค่าหน้าปัด Vaporizer จะส่งผลต่อระดับยาที่ผู้ป่วยสูดเข้า เพราะระบบต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าสู่จุดสมดุล ข้อได้เปรียบด้านความไวของ Sevoflurane จึงลดลงอย่างมากในสถานพยาบาลสัตว์ที่ใช้อัตราการไหลต่ำเป็นหลัก
ผลต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด และการหายใจ
การศึกษาเปรียบเทียบในสุนัข และแมวไม่พบความแตกต่างที่มีนัยสำคัญระหว่างยาสลบสองชนิดในด้านการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ การใช้ออกซิเจนของหัวใจ ปริมาณเลือดที่หัวใจสูบฉีด ความดันเลือดแดง และแรงตึงของหลอดเลือด ทั้งสองชนิดกดการทำงานของระบบหัวใจ และหลอดเลือดตามขนาดยาที่ให้เช่นเดียวกัน
ในด้านการหายใจ Sevoflurane อาจกดการหายใจน้อยกว่าเล็กน้อย แต่ยาสลบทั้งสองชนิดต้องเฝ้าระวังการหายใจอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน
ยาสลบทั้งสองชนิดมีการเปลี่ยนแปลงในร่างกายน้อยมาก ทำให้ความเสี่ยงจากสารเมแทบอไลต์ที่เป็นพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังต่ำ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบร่วมกันเมื่อเทียบกับยาสลบรุ่นเก่าอย่าง Halothane
ข้อแตกต่างเชิงเทคนิคที่ส่งผลต่อการใช้งาน
1. การเหนี่ยวนำด้วยหน้ากาก (Mask Induction)
Isoflurane มีกลิ่นฉุน และระคายทางเดินหายใจ ทำให้สัตว์ต่อต้าน และกลั้นหายใจระหว่างเหนี่ยวนำด้วยหน้ากาก หรือกล่องเหนี่ยวนำ ขณะที่ Sevoflurane มีกลิ่นที่ไม่ฉุน และไม่ระคายทางเดินหายใจ จึงเหมาะกับการเหนี่ยวนำด้วยหน้ากากมากกว่าอย่างชัดเจน นี่เป็นความแตกต่างที่สังเกตได้จริงหน้างานมากที่สุดข้อหนึ่ง
2. Compound A และการทำปฏิกิริยากับ Soda Lime
Sevoflurane ทำปฏิกิริยากับสารดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีฤทธิ์เป็นด่างซึ่งใช้ในวงจร Rebreathing เกิดสารที่เรียกว่า Compound A ซึ่งพบว่าเป็นพิษต่อไตในหนูทดลองที่ความเข้มข้นค่อนข้างต่ำ และทำให้เกิดการตายของเซลล์ท่อไตส่วนต้นในลิงที่ได้รับในขนาดสูง
อย่างไรก็ตาม ความเป็นพิษของ Compound A ในมนุษย์ และสัตว์ชนิดอื่นรวมถึงสุนัขยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน แม้จะยังขาดหลักฐานยืนยัน ผู้เขียนตำราส่วนใหญ่ยังคงแนะนำให้ใช้อัตราการไหลของก๊าซสดอย่างน้อย 2 ลิตร/นาที เมื่อใช้ Sevoflurane ผ่านระบบ Rebreathing เพื่อความปลอดภัย
ข้อสังเกตที่ควรทราบ : คำแนะนำเรื่องอัตราการไหลขั้นต่ำ 2 ลิตร/นาที ขัดกับแนวทาง Low-flow Anesthesia ที่ใช้เพื่อประหยัดยา และลดก๊าซเสีย สถานพยาบาลสัตว์ที่ใช้ Sevoflurane ในวงจร Rebreathing จึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างสองประเด็นนี้ และควรใส่ใจกับการจัดการ Soda Lime เป็นพิเศษ
3. Vaporizer เป็นอุปกรณ์เฉพาะชนิดยา
Vaporizer ถูกสอบเทียบมาสำหรับยาชนิดเดียวโดยเฉพาะ เนื่องจากยาแต่ละชนิดมีความดันไออิ่มตัวต่างกัน จึงไม่สามารถเติมยาสลับชนิดกันได้ หากเติมยาผิดชนิด ค่าที่ส่งออกจะไม่ตรงกับหน้าปัด และอาจสูงเกินจนเกิดภาวะยาเกินขนาด หรือต่ำเกินจนผู้ป่วยรู้สึกตัวระหว่างการผ่าตัด
การเปลี่ยนชนิดยาที่ใช้จึงหมายถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเครื่อง และต้องอบรมทีมงานใหม่เรื่องช่วงค่าหน้าปัดที่คาดหวัง และเทคนิคการเฝ้าระวัง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนขวดยาแล้วใช้งานต่อได้ทันที.jpg)
.jpg)
สรุป
Isoflurane และ Sevoflurane มีความปลอดภัย และประสิทธิภาพใกล้เคียงกันในผู้ป่วยสุขภาพดี ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดในทางปฏิบัติไม่ใช่ความเร็วในการฟื้นตัวอย่างที่มักเข้าใจกัน เพราะหลักฐานทางคลินิกไม่พบความแตกต่างที่มีนัยสำคัญ แต่อยู่ที่ความเหมาะสมกับการเหนี่ยวนำด้วยหน้ากาก ความไวในการปรับความลึกของการสลบ และข้อจำกัดเรื่องอัตราการไหลขั้นต่ำจาก Compound A
การเลือกใช้จึงควรพิจารณาจากลักษณะเคสที่คลินิกทำเป็นหลัก โดยเฉพาะสัดส่วนของสัตว์ป่วยที่ต้องเหนี่ยวนำด้วยหน้ากาก สัตว์ป่วยความเสี่ยงสูงที่ต้องปรับความลึกบ่อย และเทคนิคอัตราการไหลที่สถานพยาบาลสัตว์ใช้เป็นมาตรฐาน
....................
บทความโดย : น.สพ.พุทธาพงศ์ เกียรติธรรมลาภ
....................
เอกสารอ้างอิง
1. Johnson RA, Striler E, Sawyer DC, Brunson DB. Comparison of isoflurane with sevoflurane for anesthesia induction and recovery in adult dogs. Am J Vet Res. 1998;59(4):478–481.
2. Comparison of sevoflurane and isoflurane in dogs anaesthetised for clinical surgical or diagnostic procedures. J Small Anim Pract. 2008. (PubMed PMID: 18631219)
3. Strum DP, Eger EI. Partition coefficients for sevoflurane in human blood, saline, and olive oil. Anesth Analg. 1987;66(7):654–656.
4. Kharasch ED. Putting the brakes on anesthetic breakdown (compound A nephrotoxicity). Anesthesiology. 1998.
5. Vetamac — "Vol. V: Isoflurane Vs Sevoflurane: Key Differences In Physical Properties"
6. Zoetis Think Anesthesia — "Understanding Veterinary Anesthesia Maintenance Drugs" (2024)
7. Grimm KA, et al. Veterinary Anesthesia and Analgesia: The Sixth Edition of Lumb and Jones. Wiley-Blackwell; 2024.
#BEC #becvet #เครื่องมือสัตวแพทย์ #อุปกรณ์สัตวแพทย์ #เครื่องดมยาสลบสัตว์เลี้ยง #เครื่องผลิตออกซิเจน #Vaporizer #Isoflurane #Sevoflurane
