Treating anemia address free radicals

เมื่อสมดุลระหว่างการสร้างและการทําลายยังไม่ถูกแก้ไข

ในเวชปฏิบัติสัตวแพทย์ ภาวะโลหิตจางเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อย โดยทั่วไปแนวทางการดูแลมักมุ่งไปที่การเสริมธาตุเหล็ก วิตามิน หรือสารบํารุงเลือดเพื่อกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง

อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณีแม้จะให้การดูแลอย่างเหมาะสมแล้ว ค่าความเข้มข้นเม็ดเลือดยังคงเพิ่มขึ้นช้า หรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องอาจไม่ได้มีเพียง “การสร้างไม่เพียงพอ”เท่านั้น
ในความเป็นจริง ภาวะโลหิตจางจํานวนไม่น้อย โดยเฉพาะในเคสที่มีการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดหรือมีภาวะอักเสบ ซึ่งอาจเกิดขึ้นในระดับที่ไม่รุนแรงจนเห็นได้ชัดทางคลินิก แต่เพียงพอที่จะส่งผลต่อภาพรวมของการฟื้นตัว กลไกสําคัญที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้คือภาวะอนุมูลอิสระในร่างกายที่สูงผิดปกติ

ภาวะอนุมูลอิสระเกิดจากการที่ร่างกายมีสารที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์มากเกินกว่าความสามารถของระบบป้องกันตามธรรมชาติ เม็ดเลือดแดงถือเป็นเซลล์ที่มีความไวต่อความเสียหายลักษณะนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากมีเหล็กเป็นองค์ประกอบหลักและทําหน้าที่เกี่ยวข้องกับออกซิเจนโดยตรง เมื่อเกิดภาวะดังกล่าวจะส่งผลให้เยื่อหุ้มเซลล์เสื่อมสภาพ โปรตีนภายในเซลล์ถูกทําลาย และความยืดหยุ่นของเม็ดเลือดลดลง นําไปสู่การที่เม็ดเลือดมีอายุสั้นลง ถูกกําจัดออกจากกระแสเลือดเร็วขึ้น หรือแตกทําลายได้ง่ายกว่าปกติ

ในกลุ่มโรคพยาธิเม็ดเลือด เช่น Babesia หรือ Ehrlichia พบว่าภาวะอนุมูลอิสระมีบทบาทโดยตรงต่อการเกิดโรค โดยมีการศึกษาทดลองในสุนัขที่ติดเชื้อ Ehrlichia canis พบว่า ระดับตัวบ่งชี้ภาวะอนุมูลอิสระเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสําคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มปกติ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 18–30 หลังการติดเชื้อ ได้แก่ ระดับ nitrite/nitrate (NOx) และค่า lipid peroxidation (TBARS) ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนรวมถึงค่า advanced oxidation protein products (AOPP) ที่สูงขึ้นในระยะท้ายของการติดเชื้อ ขณะเดียวกันยังพบว่ากิจกรรมของเอนไซม์ glutathione reductase เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการตอบสนองของร่างกายต่อภาวะอนุมูลอิสระที่สูงผิดปกติ ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า ในสุนัขที่ติดเชื้อ Ehrlichia canis จะเกิดภาวะเสียสมดุลของระบบรีดอกซ์อย่างชัดเจน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทําลายเม็ดเลือดและพยาธิกําเนิดของโรค (Da Silva, Aleksandro S., et al., 2013)

จากกลไกดังกล่าว จะเกิดภาวะ “สร้างได้ แต่คงไว้ไม่ได้” กล่าวคือ แม้ร่างกายจะสามารถสร้างเม็ดเลือดใหม่ได้ แต่หากยังมีการทําลายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากภาวะอนุมูลอิสระ ผลลัพธ์คือค่าเลือดเพิ่มช้า ฟื้นตัวไม่เต็มที่ หรือมีแนวโน้มกลับมาแย่ลงได้ง่าย โดยเฉพาะในเคสที่มี underlying infection หรือ inflammation

จากข้อมูลทั้งในเชิงกลไกและงานวิจัย แนวทางการดูแลภาวะโลหิตจางจึงไม่ควรมองเพียงการ “กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือด” แต่ควรคํานึงถึงการลดความเสียหายของเม็ดเลือดจากภาวะอนุมูลอิสระร่วมด้วย การเสริมสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงการสนับสนุนสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันจึงเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการดูแลเคสกลุ่มนี้

โดยสรุป ในเคสโลหิตจาง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือโรคเรื้อรังภาวะอนุมูลอิสระอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสําคัญที่ทําให้การฟื้นตัวล่าช้า ดังนั้น การดูแลที่ครอบคลุมทั้งการสร้างเม็ดเลือดและการปกป้องเม็ดเลือดจากการถูกทําลาย อาจเป็นกุญแจสําคัญที่ช่วยให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในระยะยาว
 

.................

บทความโดย สพ.ญ.สรัญญา เกษรบัว

...................

#เครื่องมือสัตวแพทย์​ #คลินิกสัตวแพทย์​ #โรงพยาบาลสัตว์​ #อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง​ #อุปกรณ์สัตวแพทย์​ #BEC​ #becvet​ #BECpremium #ครบจบที่BEC #BECare #บีแคร์ #ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง #petshop #BECareShop #บีแคร์ช็อป#แก้การอักเสบในสัตว์เลี้ยง #ลดอาการปวดของสัตว์ #ลดการอักเสบของสัตว์ #ข้อเสื่อม #ข้ออักเสบ #BQrill #บีคริลล์